พอมาดูโจทย์เต็มแล้วข้อนี้ ตอบ into ค่ะ ควรแก้ให้เป็น by ค่ะ เพราะประโยคมันแปลว่า ถ้าสมมติว่าตึกมันผุดขึ้นมาเหมือนเห็ดจริงๆ หลังคามันคงถูกปกคลุมโดย (covered by) ดินและพืชแล้วล่ะ
ขอบคุณน้องชอว์สำหรับโจทย์เต็มไขความกระจ่างค่ะ :-)
อีกข้อนะคะ
Urban centers (N. Plural) are seeing ค่ะ ข้อนี้โจทย์ยังไม่เต็ม ถ้าผิดถูกยังไง บอกพี่ด้วยนะคะ :-)
มาดูเรื่อง Conversation กันบ้างค่ะ
A : ____________________ B : she's lovely. I really like her.
1. how do you see her ? 2. how do you meet her ? 3. how do you find her ?
ถ้าโจทย์เป็นแบบนี้นะคะ ตอบ How do you find her? ค่ะ แหม ถ้าน้องๆอ่านเก็งข้อสอบเก่าๆของพี่จะรู้ว่าพี่เน้นโครงสร้าง How do you find sth / sm? มาก เพราะส่วนใหญ่มันไม่ได้แปลว่า เธอหาอะไรเจอได้ยังไง แต่มันแปลว่า "เธอคิดว่า ....... เป็นอย่างไร" คือถามความรู้สึกอ่ะค่ะ
เวลาตอบ เราก็ตอบได้เลยว่า He/She is nice, lovey, good etc. อะไรก็ว่าไป หรือ ถ้าจะตอบแบบทวนโครงสร้างก็ใช้โครงสร้าง find + sm/sth + adj ค่ะ
เช่น I find her lovely = I think that she is lovely ค่ะ
สำนวนอื่นๆ
ข้อสอบเกี่ยวกับเรื่อง เพื่อนคุยกันแบบ เรียนยาก เรียนหนัก อีกคนนึงท้อไม่ไหวแล้ว เพื่อนเลยปลอบใจ ให้กำลังใจอารมณ์ ว่า อย่าเพิ่งท้อนะ สู้ๆ รอไปก่อนแก ข้อนี้เลยน่าจะตอบ hang in there ค่ะ แปลว่า อดทนอีกนิดค่ะ
ส่วน get back on track แปลประมาณว่า กลับมาเริ่มทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กลับมาดีเหมือนเดิมอีกครั้ง แบบรถไฟตกรางก็ให้มันขึ้นรางมาวิ่งให้ดีเหมือนเดิมค่ะ
ขอบคุณน้องชอว์สำหรับโจทย์เช่นกันค่ะ :-)
So far so good = เท่าที่ผ่านมาก็ดี (แบบไม่มีปัญหาอะไรค่ะ)
Biological virusses can run .....(1)........ through a large portion of the human population. Similarly their electronic counterparts can...(2)...among computer 1.) manufactured,expand 2.) uncontrolled, spread 3.) unrestrained, extend 4.) implement, occur
Obama's ........ was a big part of his election success. His ability to explain promblems was seen as almost .......to an ability to fix them. 1) elegance, addition 2.) appearance, comparable 3.) prudence, sensible 4.) eloquent, equivalent
ข้อคอมพิวเตอร์ที่ใช้มากไป Advent ... Excessive Advent - เวลาที่อะไรซักอยากเริ่มมีการนำมาใช้ Ex. the advent of the computer Excessive - มากจนเกินไป คือสมัยนี้คนเราพิมพ์ๆงานก็ต้องพักบ้างเล็กๆ เพื่อ prevent ป้องกัน การใช้มือและข้อมือที่มากเกินไป (excessive) ที่สามารถทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ คำว่า excessive sense ของมันจะไม่ค่อยดีนักค่ะ แบบเยอะเกินไป มันก็เลยไปกับความหมายของประโยคที่ว่าเค้าต้องการจะป้องกัน สิ่งไม่ดี ป้องกันอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจาก การใช้มือมากเกินไปค่ะ
ข้อความเชื่อของกาลิเลโอ ตอบ marks out ทำให้เด่นออกมาจาก valid มีเหตุผล, ใช้ได้ เพราะความเชื่อของกาลิเลโอทำให้เค้าโดดเด่นกว่าคนอื่นค่ะ และคำอธิบายของเค้าก็ยังคงใช้ได้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ
ข้อสอบ Part Vocab (Homonym - หาคำที่ความหมายเหมือนกันค่ะ)
elective course - evening course อันนี้น่าจะถูกนะคะ เพราะ course แปลว่าวิชาเรียนค่ะ leg loose - plug loose watch with interest - in the interest of power of concentration - power of speech
credit น้อง Nagisuki แล้วก็ web dekdee ค่ะ :-)
ข้อสอบ Part Conversation
คนแรกถาม ออกแนวประหลาดใจที่เพื่อนมาบ้านตัวเองถูก แล้วก็ถามว่ามันมายาก คนที่ 2 ก็ตอบ .......... the direction ที่นายบอกมาถูกต้อง
How come? กับ Not at all
ข้อนี้น่าจะตอบ not at all นะคะ เพราะแปลว่า ไม่เลย ไม่ยากเลยค่ะ :-)
ตอบ The boy doesn't like to take a shower เพราะว่า เด็กคนนี้พูดว่า "ชั้นคิดว่า เดี๋ยวชั้นจะทำให้แม่ตกใจโดยการที่มาอาบน้ำเองโดยที่ไม่ต้องให้แม่บอกดีกว่า" สักพัก เด็กก็พูดต่ออีกว่า "เออ ใส่น้ำสักหน่อยดีกว่านะ"
1. as ควรแก้เป็น to ค่ะ เพราะสำนวนมันใช้ว่า as opposed to ค่ะ fixed-glass ถูกเพราะเป็น adj นำหน้าคำนามคำว่า moonroofs ค่ะ are ถูกเพราะไปกับประธานของประโยคคือ moonroofs ซึ่งเป็นพหูพจน์ค่ะ trends ถูกเพราะ one of + N พหูพจน์ค่ะ one of แปลว่า หนึ่งใน แหมจะมา หนึ่งใน หนึ่ง ก็ไม่ได้นะคะ ต้องหนึ่งในหลายๆสิ่งสิคะ อิ อิ ดังนั้น คำนามที่ตาม one of มา ส่วนมากเลยเป็นคำนามพหูพจน์ค่ะ
2. abandoning ควรแก้เป็น abandoned เพราะ ตรงนี้เป็นเรื่องของ participle ค่ะ ถ้า ing จะแปลว่าทำเอง ed จะแปลว่าถูกทำ ตึกมันทิ้งตัวเองไม่ได้ มันต้องถูกทิ้ง ดังนั้นน่าจะแก้เป็น abandoned ค่ะ
ส่วน other equipment พี่ยูริว่าน่าจะได้นะคะ เพราะบางครั้ง other ไม่จำเป็นต้องตามด้วยนามพหูพจน์ตลอดก็ได้ค่ะ และที่สำคัญ equipment มันเป็นนามนับไม่ได้ ไม่น่าจะเติม s ได้นะคะ
3. it's architect ควรแก้เป็น its architect เพราะ its + N = การแสดงความเป็นเจ้าของ ตรงนี้เค้ากำลังพูดถึงสถาปัตยกรรมของประเทศจีนค่ะ ส่วน it's เนี่ย ย่อมาจาก it is ค่ะ ไม่ได้เป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของ spectacular (น่าตื่นตาตื่นใจ - ดูวิดีโอสอนศัพท์คำนี้ที่เมืองเบอร์ลิน เยอรมัน ได้กับพี่ยูริที่นี่ค่ะ จิ้มเลยค่ะ) ถูกเพราะเป็น adj นำหน้าคำนาม transformation ค่ะ over ถูก เพราะ over + เวลา ได้ค่ะ แปลว่ามากกว่า symbloized ถูก เพราะตรงนี้คำว่า symbolize เติม ed เป็น V3 ซึ่งตามหลัง V. to be (is) ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว เพราะโครงสร้าง passive voice รูปประโยคที่ถูกกระทำคือ V. to be + V3
4. raised ควรแก้เป็น rose (V2 - rise)
raise ปกติจะต้องมีกรรมตามมา เช่น raise your hand ยกมือขึ้น ถ้าในอยู่ในรูปของ past participle ที่มันเป็น passive voice โครงสร้างที่ถูกกระทำแล้วเนี่ย ถึงมันจะไม่ต้องมีกรรมค่ะ มันจะแปลว่า ถูกยกขึ้นมา.... ในที่นี้จะแปลได้ดังนี้ raised from the table จะแปลว่า ถูกยกขึ้นมาจากโต๊ะค่ะ :-) ซึ่งคุณเจนไม่น่าจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น จนถูกหิ้วปีกขึ้นมากหรอกนะคะ อิ อิ เค้าควรจะแค่ ลุกขึ้นมากจากโต๊ะ ลุกเองค่ะ พุ่งขึ้นมาเองโดยไม่ต้องการกรรม เราจึงควรใช้คำว่า rise ที่แปลว่า ขึ้นมา ค่ะ (ในที่นี่แปลว่าลุกขึ้น) ปกติเราจะเห็นประโยค sun rises บ่อยๆนะคะ น้องๆก็ลองจำไปเลยค่ะว่า sun rises คือ พระอาทิตย์ขึ้น rise ขึ้นเอง โดยไม่ต้องการกรรมค่ะ
5. The majority of people of Britain ควรแก้เป็น The majority of people in Britain เพราะเราจะใช้ว่า คนส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษ เราจะไม่ใช้ว่าคนส่วนใหญ่ของประเทศอังกฤษนะคะ
has ถูกเพราะ the majority ด้วยตัวของมันเป็นได้ทั้งคำนามเอกพจน์ และคำนามพหูพจน์ แล้วแต่กรณีค่ะ ดังนั้น has ตรงนี้ก็เลยถูกค่ะ in ถูกเพราะ to have confidence in คือมีความเชื่อมั่นในเรื่องอะไรค่ะ like ถูก เพราะ like + N แปลว่าเหมือนค่ะ
วิดีโอสอนภาษาอังกฤษตัวใหม่ของพี่ยูริมาแล้วนะคะ คราวนี้พาไปชิมอาหารขึ้นชื่อที่กรุง Bratislava ประเทศสโลวัคแล้วก็พาไปเดินเที่ยวงานรื่นเริงที่ฮังการีค่ะ Have fun na ka :-)
วิดีโอสอนภาษาอังกฤษตัวใหม่ของพี่ยูริมาแล้วนะคะ คราวนี้พาไปเที่ยวพระราชวังเชินบรุนน์ ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียค่ะ สวยมากๆเลยค่ะ Have fun na ka :-)
พี่ยูริมีวิดีโอสอนภาษาอังกฤษมาให้ค่ะ คราวนี้พี่ยูริพาไป countdown ปีใหม่ที่ Central World (กว่าจะมีเวลาตัดวิดีโอก็เลยปีใหม่ไปพอสมควร แต่ better late than never นะคะ :-)) จะสนุกขนาดไหน ลองรับชมดูนะคะ :-)
leave someone behind - ปล่อยใครเอาไว้ ทิ้งใครเอาไว้ เช่น John was sick, so we had to leave him behind จอห์นป่วย ดังนั้น เราให้เค้าอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องมาด้วยกันก็ได้
แปลว่า ทอดทิ้งก็ได้ Don't ever leave your friends behind when they are in need อย่าทอดทิ้งเพื่อนของคุณ เวลาที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ
หรือ อาจจะแปลว่า ไม่สนใจ ก็ได้ เช่น How can I leave everything behind? - จะให้ชั้นทิ้งทุกสิ่งอย่าง ไม่สนใจอะไรเลยได้ยังไง
ส่วน leave without someone แปลว่า ออกมาโดยที่คนนั้นไม่ได้มาด้วย คือ แบบออกมาคนเดียวอ่ะค่ะ
เช่น If you're late, I'll leave without you - ถ้าแกสาย ชั้นจะออกจากบ้านโดยที่ไม่รอแกแล้วนะ (ให้นั่งรถตามไปเองเลย อิ อิ)
What is the main message of the comic strip? 1. The boy is very clever. 2. The boy is hyperactive. 3. The boy's picture is in the dictionary. 4. His mother looked up "hyperactive" in the dictionary
พี่ว่าน่าจะตอบข้อ 2 นะคะ แบบ เรื่องที่เด็กคนนี้อยู่ใน dictionary เพราะว่ามัน hyperactive น่าจะเป็น main idea ของเรื่องนะคะ (พี่ว่าคำถามมันแอบกำกวมนิดๆนะคะ อิ อิ)
16 - 19 Odd one out : ให้หาคำที่ไม่เข้าพวกค่ะ (ซึ่งชื่อเดิมที่ใช้คือ One doesn't belong แต่คงอยากเปลี่ยนชื่อให้ฟังดูคล้ายเกมมั้งคึ เพราะปกติ เกมหาคำที่ไม่เข้าพวกที่เด็กฝรั่งเค้าเล่นกัน เค้าจะนิยมเรียกว่า Odd one out มากกว่า One doesn't belong ค่ะ. P.s. belong (to) (v) เป็นของ, จัดอยู่ในจำพวก)
How was the boy feel about Julia Robert chosen to be the world's most beautiful woman?
1. He couldn't agree more
2. He thought she didn't deserve it
3. He was upset because he couldn't guess it right
4. He was glad that Julia Robert had won
Over 80 cars willtake part intherace The law forbids discrimination on the grounds of race or religion Are schools breeding (=producing)a race of children incapable of making decisions for themselves?
It is now a race to find out who is wrong
lead (v), (n) Teachers lead their students to the classroom Some people say she is too old tolead the country
A degree in English could lead to a career in international organizations Shewas in the leadfrom start to finish The U.S. took the lead in declaring war on terrorism
All dogs must be kept on a lead Some of the past uses of lead and oil have left behind serious environmental problems.
posted on 06 Mar 2010 19:58 by yuri-eng-on-the-rox in Yurirequest
Update !!!!
เฉลยข้อสอบ GAT 53 แบบครบทุกข้อ by P' Yuri ใกล้จะเสร็จแล้วนะคะ รบกวนน้องๆติดตาม update จาก Blog พี่ยูริเรื่อยๆนะคะ จะได้ได้รับเฉลยข้อสอบเร็วกว่าใครค่ะ อิ อิ
เฉลยข้อสอบ Part Error identification GAT มีค. 53 อย่างละเอียดครบทั้ง 5 ข้อค่ะ
1.Increased contraceptive use caused a decline on the number of abortions performedworldwide from 1995 to 2003.
ข้อนี้ตอบ on ค่ะ on ผิด ควรจะแก้เป็น in ค่ะ เพราะว่า a decline (n) การลดลง ในเรื่องของ the number of abortions(จำนวนของการทำแท้ง)a decline in the number of abortions ….
2.Today, the enemy is within , a radicalism that , like Frankenstein's monster have turnedon its former patron.
Have turned ผิดค่ะ ต้องแก้เป็น has turned ค่ะ ตาม monster ค่ะ
1. within (Prep.) + nตรงนี้ก็เลยถูกค่ะ
2. like + N หรือ + Clause (ประโยคย่อย) ค่ะตรงนี้ + Clause (S + V + ….) ถูกค่ะ
3. former (adj) เก่าก่อน, สิ่งแรก adj + N ค่ะ ตรงนี้ patron ก็เป็น N ก็เลยถูกค่ะ
3.UNICEF reports that 28000 weakened children die from diseases and other circumstances that are easy preventable.
easy ผิดค่ะ ต้องแก้เป็น easily ค่ะ เพราะตามเรื่องการเรียง word order ที่พี่ยูริเลยติวให้ใน Blog แล้วว่าadv + adj + N ส่วนใหญ่จะเรียงแบบนี้นะคะ ดังนั้น preventable (adj) หน้าคำนี้ก็ควรจะเป็น easily (adv) ไม่ใช่ easy (adj) เพราะปกติ adj จะไม่ตามด้วย adj ถ้าไม่ได้เป็นการบรรยายลักษณะสิ่งของเช่น a white (adj) old (adj) house
3.other + N พหูพจน์= อื่นๆ circumstances (n) สถานการณ์ เติม s เป็น N พหูพจน์ค่ะ
4.She wears a black baseball cap reads SECURITY and a bulletproof vest but travels unarmed, partly for liability reasons.
reads ผิดค่ะ เพราะประโยคนี้มี V แท้แล้วคือคำว่า wears (เหมือนที่พี่ยูริพร่ำสอนน้องๆตลอดว่าต้องหา S + V ก่อนนะคะ ตรงนี้ก็คือ She (S) + wears (V) แล้วอยู่ๆจะมาเนียนๆ มี V แม้อีกตัวก็ใช่เรื่องนะคะ อิ อิ เพราะฉะนั้น reads ตรงนี้ก็ควรเป็นส่วนขยาย participle ที่พี่ยูริสอนค่อนข้างบ่อยนะคะ อิ อิ
3. forถูกค่ะ เพราะสำนวน for + reason = ด้วยเหตุผลที่ว่า ก็เลยถูกค่ะ
5.Alike other mineral grains , those in basalt are so small that theycannot be seen with the naked eye.
Alike ผิดค่ะ ต้องแก้เป็น like เพราะ alike มักวางไว้ท้ายประโยคค่ะ แต่ like + N ที่แปลว่า เหมือน สามารถไว้หน้าประโยคได้ ดูตัวอย่างนี้นะคะLike his brother, he is handsome = เหมือนพี่ของเขา เขาหล่อ He and his handsome brother are alike = เขาและพี่ชายสุดหล่อของเขานั้นหน้าตาเหมือนกันเลย
1.Those + N พหูพจน์ ตรงนี้ถูกค่ะ เพราะละคำว่า grains ไว้ค่ะ
2.so + adj + thatโครงสร้างนี้ถูกค่ะ แหม พึ่งจะออกข้อสอบ O-net ไป จุดนี้น้องๆคงจำได้นะคะ อิ อิ ถ้าอยากทบทวนเรื่อง so that, such that ดูได้ที่ www.youtube.com/yuriengontheroxเลยค่ะ
พี่ยูริไปอ่านโจทย์จริงๆมาแล้ว ประโยคมันคือ the man has left donations ..... but has never been spotted มันแปลว่า ผู้ชายที่เป็นแซนต้าลึกลับคนนี้อ่ะ ให้เงินบริจาคไว้ ..... แต่ไม่มีใครเคยเห็นเค้าเลยว่าหน้าตาเป็นอย่างไร (คงไม่ใช่เจอนะคะ เพราะผู้ชายไม่ใช่สิ่งของที่จะใช้คำว่า found mแปลว่าเจอนะคะ เราจะใช้ found กับการค้นหาคนมากกว่าค่ะ แม้ว่า spotted จะแปลว่า found ได้ แต่ตรงนี้ seen จะไปกับ context มากกว่าค่ะ)
(ถ้าที่ถูกนะมันต้องเป็น The Benson family likes to shop at the supermarket, IN which Julian is working เพราะเหมือนที่พี่บอกให้ฟังใน VDO ที่พี่ติวในยูทูปอ่ะค่ะว่า which หรือ that มันแทนคำนามตัวหน้า ถ้าไม่มี in มันก็จะเป็น Julian is working the supermarket !!!!???? เหรอคะ มันต้องเป็น Julian is working in the supermarket ค่ะ)
A black hole is a region of space /where the gravitational pull / too hard that /
A B C
nothing can escape
D
เอาไว้ท่องตอนสอบนะคะ
so + adj + that .....มากจนกระทั่ง
such + a/an + adj + N + that .....มากจนกระทั่ง
so that + S + V เพื่อที่จะ
too + adj + to ..... มากเกินไปที่จะ
the committee's member decide that the meeting [should not be held] nor [anything should be said]
ข้อนี้พี่ว่า เวลาใช้ nor (ตัวเดียวนะคะ คนละกรณีกับ neither .... nor....) เนี่ย ประโยคมันน่าจะ inversion นะคะ แบบ เป็น V + S + ....
เช่น I don't accept insincere apologies, nor should anyone ....
ตรงนี้มันก็น่าจะเป็น nor should anything be said นะคะ เพราะ พี่ว่า nor มันมี negative sense อยู่แล้วนะคะ ถ้าหนูใส่ nothing ที่เป็น negative sense เข้าไปอีก พี่กลัวว่า - - มันจะเป็น + นะคะ
เวลามีคนมาบอกว่า ขอต้อนรับอ่ะค่ะ พี่ว่าน่าจะ thank you นะคะเพราะ that's fine เป็นการบอกความรู้สึกว่า ก็ ok มันน่าจะถามแบบ how มากกว่าค่ะ แต่อยากรู้อีกสองข้อหลังด้วย เผื่อพลาดอะไร อิ อิ
อีกข้อนี่มีนิดๆนะคะ
ไปติดต่อสถานทูตไทย
A : _________1________B : ___________2_____
1. 1.could you tell me how to get to.....2.....3......4.........
around the corner = ปกติแปลว่า nearby นะคะ ใกล้ๆ หรือ ติดกับอะไร เพราะ around the corner มันแปลว่า ตรงหัวมุมนี่เองค่ะ แต่ในข้อสอบจะเห็นได้ว่า เค้าพูดว่า your high school reunion is around the corner มันคงไม่ได้แปลว่า งานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนม.ปลายที่ใกล้ๆ มันควรจะแปลว่า งานเลี้ยงรุ่นของเพื่อนม.ปลายที่กำลังจะมาถึงค่ะ ดังนั้นจึงควรตอบ coming soon ค่ะ (ข้อนี้ กว่าพี่ยูริจะตอบได้ ต้องอ่านเนื้อเรื่องจากข้อสอบก่อนนะคะ )