แจ้งข่าวสำคัญมากๆๆๆๆๆ
น้องๆ พี่ๆ และ เพื่อนๆ ที่กำลังอ่าน blog นี้อยู่ทุกคน โปรดทราบนะคะ
คือมีน้องบางคนมาบอกพี่ยูริว่า ใน webboard อื่นเค้า ว่า
บอกว่าการเฉลยข้อสอบ GAT แบบนี้ผิดกฏหมาย เพราะในข้อสอบได้เขียนไว้แล้วว่า ห้ามเฉลย หรือ เผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาต
พี่ยูริก็งงๆ นิดๆ ว่า เฮ้ย คนจะทำดี ไม่ได้เก็บตังค์อะไรเหมือนโรงเรียนกวดวิชานี่ ต้องมาว่ากันอย่างนี้เลยเหรอ....
แต่มันก็กฏหมายอ่ะนะคะ เพื่อความชัวร์ พี่ยูริจึงโทรสอบถามกับทาง สทศ. ค่ะ
ผลที่ได้ก็คือ สิ่งที่พี่ยูริทำอยู่ตอนนี้ เค้าเรียกว่า "วิทยาทาน"
(นี่เป็นคำพูดของเจ้าหน้าที่ สทศ.เองเลยนะคะ)
กล่าวคือ พี่ไม่ได้เปิดสถาบันกวดวิชา ไม่ได้เก็บเงิน หรือหาผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้นจากเฉลยอันนี้ และพี่ไม่ได้อ้างอิงว่า คำเฉลยของพี่มาจากทาง สทศ.เพื่อผลประโยชน์
มีแต่นั่งหลังขดหลังแข็งพิมพ์เฉลยที่มาจากพี่คนเดียวอ่ะค่ะ
ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่เค้าจึงบอกว่า "ไม่ผิดกฏหมาย" ค่ะ
เข้าใจตรงกันแล้วนะคะ ทุกคน
แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องระวัง นั่นก็คือ หากมีบุคคลที่สามนำเฉลยข้อพี่ไปตีพิมพ์และอ้างอิงว่ามาจาก สทศ. หรือ อะไรก็ตาม พี่ถึงจะแบบต้องเข้าไปคุย
เพราะฉะนั้น พี่ยูริขอประกาศไว้เลยนะคะ ว่า
1. เฉลยใน blog ของพี่ทุกอันไม่ได้มาจาก สทศ. มาจากยูรินี่ล่ะค่ะ
2. ห้ามนำบทความหรือเฉลยของพี่ยูริไปลงเว็บอื่นต่อ หรือ นำไปตีพิมพ์เผยแพร่ เพราะจะถูกดำเนินคดีตามกฏหมายค่ะ และพี่ยูริจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำเช่นนี้นะคะ พี่เตือนแล้วนะคะ โดยเฉพาะ คนที่เข้ามาที่นี่เพื่อหวังผลประโยชน์.... ระวังได้กินข้าวผัด กับ โอเลี้ยงนะคะ หึ หึ
3. ข้อสอบ GAT ของ สทศ. ที่พี่ยูรินำมาเฉลยนั้น พี่ไม่ได้ลักลอบขโมยออกมา หรือ เข้าไปสอบเพื่อนำออกมาหาผลประโยชน์ เหมือนที่หลายๆโรงเรียนกวดวิชาทำกัน.... มันเป็นเพียงสิ่งที่น้องสงสัยและถามพี่ยูริมาค่ะ
4. ไม่มีค่ะ พิมพ์เกิน อิ อิ
น้องๆทุกคนช่วยปฏิบัติตามกฏด้านบนด้วยนะคะ จะได้ไม่ผิดกฏหมายค่ะ
ขอบคุณค่ะ
Yuri
ขอต้อนรับกลับมานะคะ น้องๆผู้กล้าทุกคนที่ไปฟาดฟันข้อสอบภาษาอังกฤษ GAT มา....
เหล่านักรบทั้งหลาย เป็นเช่นไรบ้างคะ บางคนก็คงจะฟันข้อสอบได้ แต่บางคงก็คงโดนข้อสอบฟัน (บ้าง)
เฮ้ย....ทำไมฟังดูติดเรตจังฟะ เอ้ย คะ อิ อิ
นั่นแหละค่ะน้องๆ พี่ยูริเองก็อยากจะของต้อนรับน้องๆกลับมาโดยการ เฉลยข้อสอบภาษาอังกฤษ GAT ที่หนูๆพึ่งจะสอบไปนะคะ คือ ถ้าน้องๆสงสัยข้อไหน จำได้ลางๆ หรือ บางคนจำได้แม่นเลยก็ช่วยโพสท์บอกพี่ยูริไว้นะคะ แล้วพี่ยูริจะพยายามมาเฉลยค่ะ ถ้ายิ่งโพสท์ไว้เยอะ น้องๆก็จะได้เฉลยพร้อมคำอธิบายอย่างละเอียด สไตล์พี่ยูริเยอะตามไปด้วยนะคะ แล้วน้องๆก็น่าจะคาดเดาคะแนนสอบของตัวเองได้นะคะ
เฉลยข้อสอบ Part Vocab : One doesn't belong
วันนี้เราเริ่มดูที่ Part คำศัพท์ก่อนนะคะ (credit : น้อง Penguinz ค่ะ
)
16. a. absurd b. practical c. possible d. feasible
ตอบ absurd (adj) ไร้สาระ ไม่เป็นเหตุเป็นผล ทำจริงไม่ได้ เพราะว่าข้ออื่นๆ แปลประมาณว่า เป็นไปได้ ( feasible
, possible ) หรือ สามารถทำได้ค่ะ ( practical )
17. a. complete b. through c. inclusive d. comprehensive
ตอบ through (prep, adv) ผ่านไป, ทะลุผ่าน, เสร็จสิ้น เพราะว่าข้ออื่นๆแปลว่า สมบูรณ์ หรือ ครอบคลุมค่ะ
complete (adj) สมบูรณ์
inclusive - comprehensive (adj) ครอบคลุม
* exclusive (adj) พิเศษ, สงวนไว้สำหรับ น้องๆคงเคยได้ยินนะคะ เช่น สมุดรวมภาพถ่าย exclusive for fans อัลบัมภาพถ่ายพิเศษสำหรับแฟนๆเท่านั้น พี่ยูริก็อยากมี exclusive photo album เหมือนกันอ่ะ แต่ท่าทางคนซื้อคงไม่ได้ซื้อไปดู แต่ซื้อไปรองขาตู้ที่บ้านมากกว่า
* apprehensive (adj) มีสองความหมายนะคะ ความหมายแรกคือ หวาดกลัวค่ะ ความหมายที่สองแปลว่า สามารถเข้าใจได้เร็วค่ะ
17.a. determined b. persistent c. exultant d. tenacious
ตอบ exultant (adj) รื่นเริงค่ะ เพราะข้ออื่นๆจะแปลว่า แน่วแน่, ยึดมั่น, คงเส้นคงวาค่ะ
determined (adj) decisive - ตัดสินใจแน่วแน่, มุ่งมั่น
persistent (adj) ไม่ลดละ
tenacious (adj) pertinacious, purposeful - ไม่ยอมง่ายๆ, ถือทิฐิ
comment : ข้อนี้ก็ยากบ้าง แต่ก็พอกล้อมแกล้มนะคะ พี่ว่า เพราะ at least น้องๆน่าจะแปลได้ 2 ข้อ พอแปลได้แล้ว เราก็เดาตัวที่มันประหลาดๆเลยค่ะ ( มักเป็นตัวที่คนออกข้อสอบเค้าคิดออกเป็นตัวสุดท้าย อารมณ์แบบ เปิดดิกชันนารีมาเพื่อหาคำยากมาลงโดยเฉพาะ อิ อิ )
19.a. lenient b. strict c. supple d. yielding
ตอบ strict (adj) เข้มงวด, ไม่ยอมอ่อนข้อ ค่ะ เพราะว่าข้ออื่นจะแปลประมาณว่า ยินยอม เชื่อฟังค่ะ
lenient (adj) ผ่อนผัน, โอนอ่อนให้
supple (adj) ยอมตาม, เชื่อฟัง
yielding (adj) ยินยอม, ออกผลให้
comment : ไอคำว่า lenient กับ yielding นี่ยังพอทนอยู่.... ยังพอเห็นได้ตามท้องตลาด หรือไม่ก็เดาๆได้ เช่น yield (v) ให้ผล เป็น adj ก็น่าจะแปลๆไปในแง่บวก ซึ่งจะตรงข้ามกับ strict ที่เป็นแง่ลบ แต่ไอ supple นี่..... คนออกข้อสอบคิดว่าเด็กกินดิกชันนารีก่อนนอนวันละแผ่นเหรอคะ.... เฮ้อ พี่ยูริล่ะเหนื่อยใจแทนน้องๆจังเลยค่ะ แต่ยังไงเราก็จะสู้ๆ นะคะ
20. a. rest b. relax c. uptight d. unwind
ตอบ uptight (adj) worried, tense ตึงเครียด, เป็นกังวล (เดาได้จากคำว่า tight ที่แปลว่า ตึง) เพราะข้ออื่นๆแปลว่า สบายๆ, ผ่อนคลาย ค่ะ
relax (v) ผ่อนคลาย
unwind (v) ผ่อนคลาย (สังเกตได้จากคำว่า wind (v) หมุน, พันไว้ เพราะฉะนั้น unwind ก็จะแปลว่า คลายออกค่ะ)
เป็นไงคะน้องๆ ตอบข้ออะไรกันบ้างเอ่ย อิ อิ
สำหรับคนที่คิดว่าน่าจะตอบข้ออื่นก็บอกได้นะคะ แล้วเราจะได้ลองมาช่วยกันคิดค่ะ
พี่ยูริมีโจทย์ Part Analogy ด้วยนะคะ ต้องขอบคุณน้อง Orangejung ที่อุตส่าห์ส่งมาให้พี่ยูริ แต่พี่ยูริมีแต่โจทย์อ่ะค่ะ ใครพอจะจำ choice ได้ ก็รบกวนบอกพี่ยูริหน่อยนะคะ พี่ยูริจะได้เฉลยให้น้องๆฟังค่ะ
ถ้าใครจำข้อสอบ Part ไหนเพิ่มได้ ก็รบกวนบอกพี่ยูริหน่อยนะคะ
ขอให้สิ่งดีๆที่น้องๆทำตรงนี้ ช่วยให้น้องๆได้คะแนนเยอะๆ และ เอนท์ติดคณะที่น้องๆ ต้องการนะคะ
เดี๋ยวพี่ยูริจะมาเฉลยอีกนะคะ
Yuri
Copyright by Yuri-Eng-on-the-Rox
All right reserved
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
Update
น้องๆคะ พี่ยูริไปเจอบทความดีมา ที่เค้าว่ากันว่าเป็นบทความแปลของ Reading ในข้อสอบ ภาษาอังกฤษ GAT Part หลังๆ ค่ะ
เรื่องน้ำแข็งอ่ะค่ะ น้องๆลองดูนะคะ
น้ำแข็งในทะเลแถบกรีนแลนด์อยู่ในระดับต่ำที่สุดใน 800 ปี
รายงานใหม่ซึ่งจำลองขนาดน้ำแข็งในทะเลระหว่างกรีนแลนด์ (Greenland) และ สฟาลบาร์ (Svalbard) ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 จนถึงปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่ามีน้ำแข็งอยู่น้อยที่สุดในปัจจุบัน ผลการวิจัยจากสถาบันนีลส์ บอร์ (the Niels Bohr Institute) ถูกตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ Climate Dynamics
แน่นอนว่าในศตวรรษที่ 13 ยังไม่มีภาพถ่ายจากดาวเทียมหรือว่าการเก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือทันสมัย แต่ธรรมชาติก็มีการเก็บข้อมูลของสภาพอากาศเช่นกันไม่ว่าจะเป็นแกนน้ำแข็ง (ice cores) และวงปีของต้นไม้ (annual growth rings) และมนุษย์เองก็ได้ทำการเก็บข้อมูลเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นการศึกษาสมุดบันทึกของเรือและการเก็บข้อมูลของท่าเรือ หลังจากรวบรวมข้อมูลหลายชิ้นเข้าด้วยกันก็จะสามารถมองเห็นภาพปริมาณน้ำแข็งในทะเลในอดีตได้
“เราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศจากแกนน้ำแข็งจากน้ำแข็งในสฟาลบาร์และจากวงปีของต้นไม้ในฟินแลนด์ ทำให้เราได้ลักษณะกราฟของสภาพอากาศในอดีต” อธิบายโดย Aslak Grinsted นักธรณีฟิสิกส์แห่งศูนย์ Centre for Ice and Climate แห่งสถาบันนีลส์ บอร์ มหาวิทยาลัย University of Copenhagen
ในการที่จะตัดสินว่าระดับน้ำแข็งในทะเลเคยมีอยู่เท่าไหร่ นักวิจัยต้องนำข้อมูลจากสมุดบันทึกของเรือ ซึ่งนักล่าปลาวาฬและชาวประมงเก็บข้อมูลการเดินทางเกี่ยวกับน้ำแข็งในทะเล สมุดบันทึกเหล่านี้มีความแม่นยำมากและมีข้อมูลจนถึงศตวรรษที่ 16 และยังให้ข้อมูลด้านภูมิศาสตร์เกี่ยวกับตำแหน่งของน้ำแข็งอีกด้วย อีกแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับน้ำแข็งคือการเก็บบันทึกของท่าเรือในไอซ์แลนด์ (Iceland) ซึ่งได้มีการบันทึกเกี่ยวกับความรุนแรงของฤดูหนาวตั้งแต่สิ้นศตววษที่ 18
โดยการรวบรวมกราฟสภาพอากาศเข้ากับบันทึกข้อมูลต่างๆ ในอดีตเกี่ยวกับการกระจายตัวของน้ำแข็ง นักวิจัยได้สามารถจำลองขนาดของน้ำแข็งได้ย้อนไปถึงศตววษที่ 13 แม้ว่าช่วงศตวรรษที่ 13 จะเป็นช่วงอากาศอุ่น แต่จากการคำนวณแสดงให้เห็นว่าไม่เคยมีช่วงที่น้ำแข็งในทะเลต่ำเท่าในศตวรรษที่ 20
ในช่วงศตวรรษที่ 17 ก็มีช่วงที่น้ำแข็งลดลงอย่างรวดเร็วแต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ช่วงที่น้ำแข็งในทะเลมีมากที่สุดคือช่วงปี 1700-1800 ซึ่งถูกเรียกว่า ยุค ‘Little Ice Age’ “มีการเปลี่ยนแปลงของน้ำแข็งอย่างกระทันหันตั้งแต่เริ่มต้นศตวรรษที่ 20” อธิบายโดย Aslak Grinsted เขาอธิบายว่าน้ำแข็งลดลง 300.000 ตารางกิโลเมตรในช่วง 10 ปีตั้งแต่ 1910-1920 ดังนั้นจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหันในหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเรามีการบันทึกว่าน้ำแข็งอยู่ในระดับต่ำ
“เราเห็นว่าน้ำแข็งในทะเลลดลงอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 800 ปี” กล่าวโดย Aslak Grinsted
ถ้านี่เป็นเรื่องจริงแสดงว่า บทความเกี่ยวกับน้ำแข็งที่พี่ยูริลองเก็งให้น้องๆในเก็งข้อสอบ GAT ของพี่ก็ใกล้เคียงสิคะ โห ตื่นเต้นๆ ต้องรีบไปเก็บแหล่งข้อสอบพวกนี้ไว้เก็งอีกรอบหน้า อิ อิ
แล้วเจอกันค่ะ
Yuri
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(ฉลองจำนวนคนเข้าชม blog มากกว่า 60,000 คนแล้วค่ะ
)
เฉลยข้อสอบ Part Error identification ทุกข้อ พร้อมคำอธิบายอย่างละเอียดและสูตรจำค่ะ
(พี่ยูริพิมพ์นานมาก เพราะฉะนั้น กรุณาอย่าฉวยโอกาสนำไปใช้เพื่อเพราะผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาตนะคะ เพราะจะผิดลิขลิทธิ์ตามที่พี่บอกไว้ด้านบนค่ะ)
So Enjoy and Understand it !

-------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบ Part Vocab : Analogy
(credit : N’ ยาโยอิ, N’ analogically confused and N’ Boat UT)
21. พี่ว่าตอบ b. flask : bottle นะคะ
เพราะว่า ข้อนี้มันเชื่อมโยงกันแบบ laziness (ความขี้เกียจ) เป็นหนึ่งในลักษณะของ นิสัย อ่ะค่ะ
เพราะฉะนั้นตัดข้อ a, c ทิ้งไป
ส่วนข้อ d นี่เหมือนจะเข้าเค้า แต่พี่ว่า window เป็นส่วนประกอบของ house อ่ะค่ะ
ถ้าข้อนี้ถูกมันน่าจะเป็น เรือนไม้ – บ้าน อะไรทำนองนี้มากกว่านะคะ แต่ถ้าใครไม่เห็นด้วยก็แย้งได้นะคะ

22. ข้อนี้พี่ว่าน่าจะตอบ d. ignorance : knowledge เพราะเหมือนที่อธิบายไปแล้วว่ามันเชื่อมกันแบบ ตรงข้ามอ่ะค่ะ แล้วข้ออื่นๆมันก็ดูไปในทางเดียวกันค่ะ ลองดูนะคะ
hurt : torture เจ็บปวด – ทรมาน – โซ่แส้กุญแจมือ อิ อิ
contract : promise ใบสัญญา - สัญญา
honesty : morality ความซื่อสัตย์ – ศีลธรรม
23.
boredom - ความเบื่อหน่าย
energy - ความกระตือรือล้น
คำตอบที่เข้ารอบ
nervousness - ความเป็นกังวล กระสับกระส่าย
leisure - เวลาว่าง หรือ การที่เราสบายๆไม่รีบร้อน
และ
carelessness - ความประมาท
practice - การฝึกฝน เพราะ foundness : charm ความลึกซึ้ง – เสน่ห์
sadness : emotion ความเศร้า – อารมณ์ ฟังดูไม่ค่อยเกี่ยวนะคะ
ตอนนี้เราต้องหาความเชื่อมโยงว่า
ไอเบื่อหน่ายอ่ะมันตรงข้ามกับความกระตือรือล้นรึเปล่า? คำตอบคือ ใช่ค่ะ
เราจึงตอบ nervousness - leisure ค่ะ แบบว่า เชื่อมกันแบบตรงข้ามค่ะ
24. เชิงอรรถ -- สิ่งที่อยู่ด้านล่างของหน้ากระดาษอ่ะค่ะ : หน้ากระดาษ
อันนี้เชื่อมกันแบบเป็นส่วนล่างของสิ่งนั้นๆค่ะ
เพราะฉะนั้นข้อนี้ควรตอบ root : plant ค่ะ เพราะราก ก็เป็นส่วนล่างของต้นไม้ เหมือน เชิงอรรถ ที่เป็นส่วนล่างของกระดาษค่ะ
25. พี่ว่าน่าจะตอบ b. wheat : cereals เหมือนเหตุผลที่พี่ยูริให้ไว้ด้านบนนะคะข้ออื่นๆมันดูไม่ค่อยเข้าอ่ะ ดูนะคะ
manner ถ้าไม่เติม s (n) มักแปลว่า วิธีการ หรือ รูปแบบ
ถ้าเป็น manners (n)จะแปลว่า มารยาทสังคม หรือ ขนมธรรมเนียมก็ได้ค่ะ แปลได้สองอย่างค่ะ
ทีนี้ เรื่อง mood เนี่ย มันแปลว่า อารมณ์ หรือ ทัศนคตินี่ อืม คงต้องเป็น context ที่พิเศษมากๆเลยนะคะ พี่ว่า พี่ลองไปถามอาจารย์ฝรั่งมา เค้าก็ยกตัวอย่างความแตกต่างของ mood กับ attitude (ทัศนคติ) ว่า
Positive Mood, Positive Attitude
อารมณ์ดี การมองโลกก็จะดี
แต่มันจะแปลเหมือนกันรึเปล่านี่ อาจารย์เค้าก็ต้องคิดก่อนอ่ะค่ะ รอก่อนเน้อ อิ อิ
ถ้าสมมติว่าแปลว่า ทัศนคติได้จริง การที่ทัศนคติ ก่อให้เกิด ขนบธรรมเนียมนี่ก็จะดูใหญ่มาก ถือว่า เป็นข้อสอบที่ยากมากเลยนะคะ พี่ว่า
เพราะคนส่วนใหญ่จะชินกับ mood ที่แปลว่าอารมณ์ค่ะ
ส่วน เซลูโลสเนี่ย มันเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ที่มารวมกับส่วนประกอบอื่นๆ ของกำแพงใช่ป่ะคะ พี่ก็เลยคิดเล่นๆว่า พวกข้าวสาลีก็เป็นส่วนประกอบของพวกธัญพืชค่ะ -- คือ พี่นึกถึงภาพของข้าวสาลีที่มาประกอบกันกับพืชอื่นๆ กลายมาเป็น พวกธัญพืชหลายชนิดรวมกันอยู่อ่ะค่ะ
เพราะข้ออื่นพี่รู้สึกว่ามันดูพยายาม แบบยากเกินอ่ะค่ะ
พี่อาจจะคิดผิดก็ได้มั้ง อาจคิดตื้นไป แหะๆ
รอสักนิดนะคะ ถ้าอาจารย์พี่จะกรุณาบอกพี่ พี่ก็จะมาบอกน้องๆเป็นวิทยาทานต่อไปค่ะ
cellulose : wall เซลลูโลส – กำแพง
mood : manners : อารมณ์ - มารยาทสังคม
curtain : furniture ม่าน – เฟอร์นิเจอร์
attic : building - ห้องใต้หลังคา – ตึก
wheat : cerealข้าวสาลี – พวกธัญพืช หรือ อาหารเช้าที่ทำมาจากธัญพืช
ข้อนี้เชื่อมกันแบบ อันแรกเป็นตัวที่ทำให้เกิดหรือส่วนประกอบของอีกอันค่ะ
เหมือนเช่น เซลลูโลส เป็นองค์ประกอบสำคัญของเนื้อไม้, ฝ้าย และอีกมากมาย และนำไปผสมทำกำแพง (ซึ่งคนออกข้อสอบไม่รู้อยากจะให้เป็นกำแพงไม้หรือปูนหว่า)
manner ถ้าไม่เติม s (n) มักแปลว่า วิธีการ หรือ รูปแบบ
ถ้าเป็น manners (n)จะแปลว่า มารยาทสังคม หรือ ขนมธรรมเนียมก็ได้ค่ะ แปลได้สองอย่างค่ะ
[plural] polite ways of behaving in social situations
ทีนี้ เรื่อง mood เนี่ย มันแปลว่า อารมณ์ หรือ ทัศนคตินี่ อืม คงต้องเป็น context ที่พิเศษมากๆเลยนะคะ พี่ว่า พี่ลองไปถามอาจารย์ฝรั่งมา เค้าก็ยกตัวอย่างความแตกต่างของ mood กับ attitude (ทัศนคติ) ว่า
Positive Mood, Positive Attitude
อารมณ์ดี การมองโลกก็จะดี
แต่มันจะแปลเหมือนกันรึเปล่านี่ อาจารย์เค้าก็ต้องคิดก่อนอ่ะค่ะ รอก่อนเน้อ อิ อิ
ถ้าสมมติว่าแปลว่า ทัศนคติได้จริง การที่ทัศนคติ ก่อให้เกิด ขนบธรรมเนียมนี่ก็จะดูใหญ่มาก ถือว่า เป็นข้อสอบที่ยากมากเลยนะคะ พี่ว่า
เพราะคนส่วนใหญ่จะชินกับ mood ที่แปลว่าอารมณ์ค่ะ
ส่วน เซลูโลสเนี่ย มันเป็นส่วนประกอบหนึ่ง ที่มารวมกับส่วนประกอบอื่นๆ ของกำแพงใช่ป่ะคะ พี่ก็เลยคิดเล่นๆว่า พวกข้าวสาลีก็เป็นส่วนประกอบของพวกธัญพืชค่ะ -- คือ พี่นึกถึงภาพของข้าวสาลีที่มาประกอบกันกับพืชอื่นๆ กลายมาเป็น พวกธัญพืชหลายชนิดรวมกันอยู่อ่ะค่ะ
พี่ว่าน่าจะตอบ b. wheat : cereals เพราะ ข้าวสาลี ก็เป็นส่วนประกอบของพวกธัญพืชทั้งหมดค่ะ
(เพราะข้ออื่นพี่รู้สึกว่ามันดูพยายาม แบบยากเกินอ่ะค่ะ
พี่อาจจะคิดผิดก็ได้มั้ง อาจคิดตื้นไป แหะๆ
รอสักนิดนะคะ ถ้าอาจารย์พี่จะกรุณาบอกพี่ พี่ก็จะมาบอกน้องๆเป็นวิทยาทานต่อไปค่ะ)
แบบโกโก้ครันซ์ ที่โกโก้ท่วมทุ่งข้าวสาลีอ่ะ หึ หึ
(credit : ขอบคุณคนวาดการ์ตูนนี้นะคะ ได้ใจมากๆ อิ อิ)
Reading
I like daisies
I like daisies.
They have such happy faces.
Some will say that
Flowers don’t have faces.
There are petals and stems
But no faces!
I like daisies.
They smile openly
And know the sun intimately.
I like daisies.
Someone told me once
That daisy means
The “eye of the day.”
ฉันชอบดอกเดชี่
ฉันชอบดอกเดชี่
หน้าตามันสวยดี
บางคนอาจพูดว่า
ดอกไม้นั้นไซร้ไร้หน้า
มีแต่กลีบและก้าน
แต่ไร้ซึ่งหน้า
ฉันชอบดอกเดชี่
มันแย้มดอกสวยดี
และดูซี้กับพระอาทิตย์ (แงๆ หาคำคล้องจองไม่ได้อ่ะ อิ อิ)
ฉันชอบดอกเดชี่
มีคนเคยบอกฉันหนึ่งทีว่า
ดอกเดซี่นี้
คือ ดวงตาแห่งวัน
(ขอโทษด้วยนะคะ แบบพี่แปลแล้วฟังดูไม่ค่อยเพราะ อิ อิ)
ถ้าแปลใจความรวมๆก็จะแปลว่า ไอคนแต่งกลอนนี้ชอบดอกเดซี่มาก
ดอกเดซี่สวยงาม บางคนอาจมองไม่เห็นความสวยของมันแต่ คนแต่งเห็น
พี่ยูริขอเล่าเกร็ดความรู้เกี่ยวกับดอกเดซี่หน่อยนะคะ – เพราะเห็นในข้อสอบออกว่า Daisy means the “eye of the day.” ดอกเดซี่เนี่ยในสมัยก่อนเป็นดอกไม้ที่เป็นตัวแทนของความสวยงามและความบริสุทธิ์ของหญิงสาว
(เหมาะกับพี่ รึเปล่าฟะ อิ อิ)
และชื่อภาษาแซกซอน (Saxon) ที่เป็นที่มาของชื่อดอกเดซี่ในทุกวันนี้ก็คือ
day's eye ไม่เชื่อน้องๆลองออกเสียงดูสิคะว่าคล้ายกันมากเลย
เดซายยยยยยยยย กลายเป็น เดซี่ อิ อิ
ที่เรียกดอกเดซี่ว่าเป็น ดวงตาแห่งวันก็เพราะว่า ดอกเดซี่จะบานรับแสงอรุณตอนเช้า วิ้งๆ หยดน้ำค้าง อะไรทำนองนั้น แล้วก็หุบหลับครอกฟี้ ตอนกลางคืนค่ะ
ดังนั้นดอกไม้นี้ก็จะเหมือนกับคนอ่ะ ที่จะลืมตาตื่นตอนเช้าและหลับตานอนตอนกลางคือค่ะ พี่ว่านี่อาจจะเป็น point ของคนออกข้อสอบก็ได้นะคะว่า ดอกเดซี่มันมีหน้าเหมือนคนนะเฟ้ย แถมมีตาด้วย เพราะว่ามันบานเช้า แล้วก็จะหุบตอนกลางคืนค่ะ
หวังว่าน้องๆจะเข้าใจแบบนี้ตอนสอบนะคะ อิ อิ
แล้วถ้าใครจำคำถามได้ ส่งมาให้พี่ยูริช่วยเฉลยก็ได้นะคะ ยินดีค่ะ
Yuri
Copyright by Yuri-Eng-on-the-Rox
All right reserved
บทความนี้มีลิขสิทธิ์ห้ามคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งก่อนได้รับอนุญาต
P.s. ถ้า comment พี่ยูริจะดีใจมากเลยนะคะ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เฉลยข้อสอบ Part Conversation (as requested)
สำหรับข้อสอบ conversation ที่น้อง Boat อุตส่าห์หามาให้พี่ยูรินะคะ มาดูกันดีกว่าค่ะ
A: He's mad because of what I said, isn't he?
B: ______________________.
That is got nothing to do with it.
A : เขาโกรธเพราะเรื่องที่ชั้นพูด ใช่ป่ะ?
B : _________________________
ถ้าตอบข้อที่หนูให้มาจะแปลว่า เปล่านี่ ไม่เห็นเกี่ยวเลย พี่ยูริว่าก็ฟังดูโอเคนะคะ ถูกค่ะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
A:___________
B: well,i forgot to bring my glasses.
what does it matter?
what went wrong?
what's what?
what the trouble?
ขอบคุณทุกคนที่ช่วยให้ความกระจ่างนะคะ
เอาล่ะค่ะ เรามาดูเฉลยสไตล์พี่ยูริกันดีกว่าค่ะโดยการแอบฟังฝรั่งคุยกันดีกว่าค่ะ อิ อิ
A : Does size matter?
B : It matters to some people, and doesn't to others. Hey C, why do you look so sad?
What’s (is) the matter?
C : Nothing ! It’s just, you know, size doesn’t matter it is how you use it !
A, B : So, What does it matter then?
C : Technique !!!!
ออกจะติดเรทนิดๆนะคะ พี่ยูริแต่งบทสนทนาขึ้นมาเพื่ออธิบายคำว่า matter โดยเฉพาะค่ะ
A : ขนาดนี่มันสำคัญมั๊ยอ่ะ?
B : มันก็สำคัญสำหรับคนบางคนนะ แต่สำหรับบางคนก็ไม่อ่ะ อ้าวเฮ้ย C ทำไมพูดถึงเรื่องขนาดแล้วแกทำหน้าเศร้าๆอ่ะ
เป็นอะไรไป มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า?
C : เปล่าๆ มันก็แค่.... นี่เราว่า ขนาดอ่ะไม่สำคัญหรอกนะ มันขึ้นอยู่กับว่าแกใช้มันยังไง
A, B : แล้วอะไรล่ะที่สำคัญ ถ้างั้น?
C : เทคนิค
A, B : เอ่อ.....
อิ อิ ชัดมั๊ยคะน้องๆว่าอะไรแปลว่าอะไรบ้าง
matter (v) เป็นเรื่องสำคัญต่อ ....
Does it matter ? มันสำคัญมั๊ย
What does matter ? อะไรล่ะที่มันสำคัญ
คราวนี้ถ้า matter เป็น n จะแปลว่า ปัญหา หรือ เรื่องราวที่ไม่สบายใจค่ะ
What’s (is) the matter ? แกเป็นอะไรไปรึเปล่า ทำไมดูหน้าตาไม่ค่อยดีเลย
อีกตัวอย่างที่พี่ยูริว่าเค้าน่าจะเอาไปออกข้อสอบได้นะคะ เป็นหัวข้อข่าวค่ะ
Deflation: what it means and does it matter?
เงินฝืด : ความหมายของมัน และ มันจะส่งผลกระทบอะไรสำคัญไหม ?
เพราะฉะนั้น ข้อนี้ จึงไม่ตอบ what does matter? นะคะ
พี่ยูริว่าถ้า choice เป็นอย่างด้านบนก็ตอบ what went wrong? ค่ะ
เพราะ what went wrong? แปลว่า เกิดอะไรขึ้น หรือ เป็นอะไร มีอะไรผิดปกติค่ะ
สำหรับ what's wrong กับ what was wrong แปลเหมือนกันค่ะ แปลว่า เป็นอะไรไปค่ะแต่ what’s wrong มันสามารถเป็นได้ทั้ง what is wrong หรือ what was wrong ค่ะ แต่ความหมายก็ไม่ต่างกันมากนะคะ
มาดูข้อต่อไปเลยนะคะ
A: He's mad because of what I said, isn't he?
B: ______________________.
1It's a golden rule.
2That is got nothing to do with it.
It's a golden rule.
เป็นสำนวนแปลว่า กฏทองเป็นสิ่งที่ควรยึดถือ คนไทยมักพูดประมาณว่า กฏเหล็กอ่ะค่ะ แต่ของฝรั่งจะเบากว่า เป็นกฏทอง อิ อิ มาดูตัวอย่างการใช้นะคะ
Elsewhere it may well be a cliché, but in rugby it's the golden rule that we should stick together : it's all about teamwork!
ถ้าเป็นที่อื่น อาจจะฟังดูเป็นเรื่องที่ได้ยินมาบ่อย แต่ในกีฬารักบี้เนี่ย มันเป็นกฏเหล็กเลยนะที่พวกเราต้องอยู่ด้วยกัน : มันเป็นเรื่องของทีมเวิร์ค
จากแค่ 2 choices นี้นะคะ พี่ว่าคำตอบคงยังเป็น That is got nothing to do with it. อยู่ค่ะ แต่ถ้ามีอะไรแนะนำพี่ก็แนะนำได้นะคะ พี่ยินดีรับฟังค่ะ
แล้วก็ ยินดีต้อนรับน้องๆที่มาใหม่ทุกคนนะคะ แต่น้องๆที่อยู่กับพี่ยูริมาตั้งแต่เปิด blog พี่ยูริไม่มีทางลืมเด็ดขาดค่ะ รักมากด้วยล่ะอิ อิ ใช่มั๊ยคะ น้อง Penguinz น้องส้ม and the gangs อีกหลายๆคนค่ะ
ตอนนี้สมาชิกเยอะเลย ดีค่ะดี จะได้พากันเก่งภาษาอังกฤษขึ้น แล้วจะได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการได้ค่ะ จะบอกว่าทะลุยอด 60,000 กว่าคนแล้วค่ะ
อิ อิ ยิ่งเข้ามาดูเยอะ พี่ยิ่งมีกำลังใจทำอะไรดีๆออกมาให้น้องๆนะคะ อย่าลืมบอกเพื่อนๆต่อนะคะ กระจายโอกาสให้ทั่วถึง ถือว่าทำดีช่วยเหลือกันค่ะ
ว่าแต่มีใครอยากเข้ามาเป็นรุ่นน้องพี่ยูริที่จุฬาป่ะคะ อิ อิ
ถ้าน้องๆคนไหนอยากจะให้พี่ยูริอธิบายข้อไหนเพิ่มเติมอีกก็ request ได้เลยนะคะ พี่ยูริยินดีช่วยค่ะ
Yuri
Copyright by Yuri-Eng-on-the-Rox
All right reserved
บทความนี้มีลิขสิทธิ์ห้ามคัดลอกส่วนใดส่วนหนึ่งก่อนได้รับอนุญาต
P.s. ถ้าเครียดๆ อยากไปเที่ยวต่างประเทศ พร้อมเรียนภาษาอังกฤษกับพี่ยูริมั๊ยคะ? ถ้าอยาก น้องๆมาที่นี่เลยค่ะ :
http://yuri-eng-on-the-rox.exteen.com/20090625/yuri-goes-youtube
edit @ 10 Oct 2009 18:58:38 by Yuri_on_the_Rox